หลังจากต้องเลื่อนการแข่งขันในศึก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 จากกำหนดเดิมถึง 1 ปี นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “โควิด-19” ซึ่งลุกลามไปทั่วโลก เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว
แม้จะมีการลงสนามฟาดแข้งในช่วงวันที่ 11 มิถุนายน ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม ปี 2021 แต่ยังคงใช้ชื่อทัวร์นาเมนต์ว่า “ยูโร 2020” ดั่งเดิม เพื่อให้ทั้ง 24 ชาติที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย เพื่อหาความเป็น “เจ้าแห่งยุโรป” ต่อไป
สำหรับ ยูโร 2020 ครั้งนี้เป็นการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 16 และถือเป็นหนแรกที่จะไม่มีชาติใดเป็นเจ้าภาพเพียงแค่ 1 หรือ 2 ประเทศเหมือนอย่างเมื่อก่อน
เนื่องจากทาง สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ UEFA ต้องการให้ทุกชาติยุโรปได้มีส่วนร่วมกับทัวร์นาเมนต์นี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปีของการฟาดแข้งรายการนี้ ที่เริ่มแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1960
ซึ่ง ยูโร 2020 หนนี้ จะจัดการแข่งขันกันไปในเมืองชาติต่างๆ ทั่วทวีปยุโรปที่จะต้องรับหน้าที่จัดแข่งขันในแต่ละกลุ่ม และแต่ละรอบรวมกันทั้งหมดถึง 12 ประเทศ
🇩🇪 🏆 Hello Munich! 🤩🤩🤩#EUROTrophyTour | #EURO2020 pic.twitter.com/S7jRWqKMaR
— UEFA EURO 2020 (@EURO2020) May 31, 2021
🏟️ Wembley Stadium 😍
— UEFA EURO 2020 (@EURO2020) June 9, 2021
📌 London, England 🏴#EUROTrophyTour | #EURO2020 pic.twitter.com/QoF8tb18dG
เริ่มตั้งแต่ กรุงโรม (อิตาลี), กรุงบากู (อาเซอร์ไบจาน), กรุงโคเปนฮาเกน (เดนมาร์ก), กรุงอัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์), กรุงบูคาเรสต์ (โรมาเนีย), กรุงลอนดอน (อังกฤษ)
นอกจากนี้ยังมี กรุงดับลิน (ไอร์แลนด์), กรุงบูดาเปสต์ (ฮังการี), มิวนิค (เยอรมัน), กลาสโกว์ (สกอตแลนด์), เซบีญ่า (สเปน) และ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย) อีกด้วย
🏆 The #EUROTrophyTour has reached Seville! 🇪🇸#EURO2020 https://t.co/VMEr1fyDii pic.twitter.com/XVC1RASpO1
— UEFA EURO 2020 (@EURO2020) May 27, 2021
🏟️ Hampden Park 🤩
— UEFA EURO 2020 (@EURO2020) June 4, 2021
📍 Glasgow, Scotland 🏴#EUROTrophyTour | #EURO2020 pic.twitter.com/h6WVoRxJHm
โดย 24 ทีมในรอบสุดท้ายสู้ศึก ยูโร 2020
ส่วนในศึก ยูโร 2020 ได้มีการจับสลากแบ่งสายรอบแรกออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ซึ่งได้แก่
กลุ่ม A : อิตาลี, ตุรกี, สวิตเซอร์แลนด์ และ เวลส์
กรุ๊ป B: เบลเยี่ยม, รัสเซีย, ฟินแลนด์ และ เดนมาร์ก
กลุ่ม C : ฮอลแลนด์, ยูเครน, ออสเตรีย และ มาซิโดเนียเหนือ
กรุ๊ป D: อังกฤษ, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก และ สกอตแลนด์
กลุ่ม E : สเปน, สวีเดน, โปแลนด์ และ สโลวาเกีย
กรุ๊ป F: โปรตุเกส, เยอรมัน, ฝรั่งเศส และ ฮังการี
ซึ่งทัวร์นาเมนต์ในรอบแบ่งกลุ่ม “กรุ๊ป ออฟ เดธ” ตกเป็นกลุ่ม F ที่มีถึง 3 ชาติยักษ์ใหญ่ที่เคยได้แชมป์มาก่อนอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแชมป์เก่า อย่าง โปรตุเกส, เยอรมัน และ ฝรั่งเศส รวมถึง ฮังการี อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม คู่ประเดิมสนามแมตช์แรกในศึก ยูโร 2020 จะเป็นการพบกันระหว่าง อิตาลี กับ ตุรกี ในกลุ่ม A ส่วนใครจะเป็น “เจ้าแห่งยุโรป” นั้นต้องติดตามกันต่อไปจนถึงวันที่ 11 กรกฎาคมนี้
ขอบคุณรูปภาพจาก UEFA EURO 2020
#ข่าวกีฬา #ข่าวฟุตบอลไทย #วิเคราะห์ฟุตบอล ufafeversport #ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป #ยูโร 2020 #EURO 2020












