“เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน” ดีกรีแชมป์โลก 7 สมัยของทีม “เมอร์เซเดส เอเอ็มจี” ไล่บี้คู่แข่งจนคว้าแชมป์เอฟวัน ในบ้านเกิดตนเองได้สำเร็จ ในศึก บริติช กรังด์ปรีซ์ 2024 มาครอง ด้าน “อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์” นักแข่งชาวไทย จบอันดับ 9 ได้ 2 แต้ม
การแข่งขันฟอร์มูล่า วัน ฤดูกาล 2024 สนามที่ 12 รายการ บริติช กรังด์ปรีซ์ ที่สนามซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต ย่านนอร์แธมป์ตันเชียร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
BACK ON TOP!!! 🤩
— Formula 1 (@F1) July 7, 2024
LEWIS HAMILTON WINS THE BRITISH GRAND PRIX!#F1 #BritishGP pic.twitter.com/gcnGJWVg8I
โดยสนามนี้มีแฟนมอเตอร์สปอร์ต รวมถึงเซเลบริตี้ มาชมการแข่งขันถึง 480,000 คน ซึ่งออกสตาร์ทรอบแรก จอร์จ รัสเซลล์ นักขับเจ้าถิ่นจากทีม เมอร์เซเดส เอเอ็มจี ที่ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล โพซิชั่น ออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม และรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้
จนกระทั่งในรอบที่ 18 เพื่อนร่วมทีมอย่าง เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 จะมาโชว์สกิลเร่งเครื่องแซงขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ แต่ทว่าหลังจากนั้นทั้งคู่รถเสียอาการออกไปตรง รัน ออฟ แอเรีย
The moment of victory! 🏆
— Formula 1 (@F1) July 7, 2024
Incredible scenes at Silverstone 🇬🇧#F1 #BritishGP @LewisHamilton pic.twitter.com/Qn0peOI1Z0
ส่งผลให้ แลนโด้ นอร์ริส นักขับชาวอังกฤษของทีม แม็คลาเรน ที่ตามหลังมาอยู่ใช้จังหวะนั้นแซง “เซอร์ แฮมิลตัน” และ “รัสเซลล์” ขึ้นไปเป็นผู้นำแทน รวมไปถึง ออสการ์ ปิอัสตรี นักแข่งชาวออสเตรีย เพื่อนร่วมทีม “นอร์ริส” ก็แซงทั้ง 2 คนจากทีม เมอร์เซเดส เอเอ็มจี ขึ้นมาอยู่ดับ 2 อีกด้วย
ซึ่งต่อมาให้รอบที่ 27 ฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้รถทุกคันต้องเข้าไปเปลี่ยนยางลายดอก (Intermediete) จากนั้นรอบที่ 33 ด้าน “รัสเซลล์” รถมีปัญหาไม่สามารถแข่งขันต่อได้ ทำต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย
Another F1 record to add to Lewis' list 🤩#F1 #BritishGP @SilverstoneUK pic.twitter.com/UHxlXWagPt
— Formula 1 (@F1) July 7, 2024
จากนั้นรอบที่ 40 ด้าน “นอร์ริส” ที่เสียเวลาในช่วงเข้าพิตไปเปลี่ยนยาง ทำให้ “เซอร์ แฮมิลตัน” แซงกลับขึ้นมาเป็นผู้นำอีกครั้ง จนครบ 52 รอบ เจ้าตัวเข้ารับธงตราหมากรุกเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 22 นาที 27.059 วินาที
และยังถือเป็นการคว้าแชมป์ในศึก บริติช กรังด์ปรีซ์ ได้เป็นสมัยที่ 9 ของ “เซอร์ แฮมิลตัน” ซึ่งถือว่ามากที่สุดตลอดกาล แซงหน้า มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานแชมป์โลกเอฟวัน 7 สมัย ที่ทำไว้ 8 สมัย ก่อนหน้านี้อีกด้วย
The critical moment in the race 👀
— Formula 1 (@F1) July 7, 2024
Hamilton stays ahead of Norris as the McLaren driver exits the pits#F1 #BritishGP | Watch highlights 👇
ส่วนอันดับ 2 เป็นของ แม็กซ์ เวอร์สแต๊พเพ่น เจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย นักขับชาวเนเธอร์แลนด์ ของทีม เร้ดบูลส์ เรซซิ่ง ตามหลัง 1.465 วินาที และอันดับ 3 ตกเป็นของ แลนโด้ นอร์ริส นักขับจากทีม แม็คลาเรน ตามหลัง 7.547 วินาที
ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์ นักแข่งชาวไทย ของทีม วิลเลี่ยมส์ ที่ออกสตาร์ทอันดับ 9 สามารถเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 9 ได้สำเร็จ แม้ช่วงต้นจะมีปัญหาบ้างจนอันดับหล่นไปอยู่ที่ 12 ตามหลัง 68.397 วินาที เก็บเพิ่มอีก 2 คะแนน
สำหรับการแข่งขันฟอร์มูล่า วัน สนามต่อไปจะเป็นการแข่งขันรายการ ฮังกาเรียน กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 17-19 ก.ค.นี้ ที่สนามฮังกาโอริง กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
Our top 10 finishers 🇬🇧#F1 #BritishGP pic.twitter.com/DQ2AeyzDm5
— Formula 1 (@F1) July 7, 2024
อันดับคะแนนนักขับ
- แม็กซ์ เวอร์สแต๊พเพ่น (เนเธอร์แลนด์, เร้ดบูลล์ เรซซิ่ง) 169 คะแนน
- ชาร์ลส์ เลอแคลร์ (โมนาโก, เฟอร์รารี่) 138 คะแนน
- แลนโด้ นอร์ริส (อังกฤษ, แม็คลาเรน) 113 คะแนน
- คาร์ลอส ไซนน์ (สเปน, เฟอร์รารี่) 108 คะแนน
- เซร์จิโอ เปเรซ (เม็กซิโก, เร้ดบูลล์ เรซซิ่ง) 107 คะแนน
DRIVER STANDINGS (after 12/24 races)
— Formula 1 (@F1) July 7, 2024
We're exactly halfway through the season #F1 #BritishGP pic.twitter.com/YhBcZvbmDp
อันดับคะแนนประเภททีม
- เร้ดบูลล์ เรซซิ่ง 276 คะแนน
- เฟอร์รารี่ 252 คะแนน
- แม็คลาเรน 184 คะแนน
- เมอร์เซเดส เอเอ็มจี 96 คะแนน
- แอสตัน มาร์ติน 44 คะแนน
TEAM STANDINGS (after 🇬🇧)
— Formula 1 (@F1) July 7, 2024
Twelve races down, 12 to go #F1 #BritishGP pic.twitter.com/3iLhjydmGw
ขอบคุณรูปภาพจาก Formula 1
ฟุตบอลวันนี้, ไทยลีก, พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, บุนเดสลีกา, ลาลีกา สเปน, ลีกเอิง, กัลโช่ เซเรีย อา, เจ ลีก, เค ลีก, ฟุตบอลไทย, บอลถ้วย ก, ฟุตบอลไทย บอลถ้วย ข, ดิวิชั่น 1, ดิวิชั่น 2 #ufafeversport #ufabet #เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน #เมอร์เซเดส เอเอ็มจี #ฟอร์มูล่า วัน #ฤดูกาล 2024 #คว้าแชมป์สนามที่ 12 #บริติช กรังด์ปรีซ์ #ประเทศอังกฤษ #สมัยที่ 9 #F1 #Formula 1


