หงส์ติดมา 3 เบิร์กไวท์ติดครั้งแรก ! 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกนัดที่ 25 โดย “อลัน เชียเรอร์”

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

พรีเมียร์ลีก นัดที่ 25 จบลงไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหลายๆทีมทำได้ดีมาก ทั้งโซนตกชั้นที่พยายามให้ตัวเองรอดตกชั้น และทางด้านหะวตารางที่ตามกันเพื่อไล่ล่าแชมป์ และพื้นที่ไปเล่นในฟุตบอลยุโรป อย่าง ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ซึ่งในนัดที่ 25 นี้ “อลัน เชียเรอร์” ได้จัด 11 ผู้เล่นโดยจัดแผนไว้ 3-4-2-1 ในสัปดาห์นี้

เริ่มจากตำแหน่ง ผู้รักษาประตูอย่าง “อูโก้ โยริส” ที่หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บไปร่วมๆเดือน ได้กลับมาลงเล่นในนัดที่ 2 หลังจากหายเจ็บกลับมา โดนในนัดนี้เขาเซฟจังหวะสวยๆหลายจังหวะ รวมถึงจังหวะเซฟจุดโทษของ “กุนโดกัน” ทำให้ทีมไม่เสียประตู และเก็บชัยชนะเหนือ “แมนฯซิตี้” ไปได้ 2-0

ผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ตัวกลางทั้ง 3 คน ประกอบไปด้วย “เยอร์รี่ มีน่า” กองหลังวัย 25 ปีของ “เอฟเวอร์ตัน” ที่ในนัดที่ 25 นี้มีส่วนช่วยทำประตูทิ้ง 2 ลูก และเป็นผลทำให้ทีมพลิกกลับมาชนะ 3-2 ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน คนที่ 2 ในตำแหน่งนี้ คือ “คอนเนอร์ คัวดี้” เซ็นเตอร์แบ็คของ “วูล์ฟแฮมตัน” ที่คอยบัญชาเกมรับของทีมจนสามารถ ป้องกันไม่ให้ “แมนฯยู” เก็บชัยชนะได้ และทำได้เพียงแค่เสมอกับทีม “หมาป่าแห่งอังกฤษ” ไป 0-0 และเซ็นเตอร์แบ็คคนสุดท้าย ตกเป็นของ “อันโตนิโอ รูดิเกอร์” ปราการหลังจาก “สิงห์บูล” เชลซี ที่ในนัดที่ผ่านมาทำไป 2 ประตูโดยเจ้าตัวเป็นทั้งคนพาทีมออกนำเลสเตอร์ในนาที 46 และคนตามตีเสมอในนาทีที่ 71 ซึ่งในนัดนี้เขาช่วยทีมเก็บแต้มกลับออกมาได้อย่างน้อย 1 คะแนน

ลำดับต่อมาในตำแหน่งอย่างวิงแบ็คซ้าย และขวา ทางด้านขวาคือ ผู้เล่นชาว “อังกฤษ” วัย 26 ปี จาก “เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด” ที่สามารถโชว์ฟอร์มได้อยากยอดเยี่ยมจนพาทีมเก็บชัยชนะได้ในนัดที่เอาชนะ “คริสตัล พาเลช” ไป 0-1 ส่งผลทำให้ทีมของเขาขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 6 แซงหน้าทีมอย่าง “แมนฯยู” ขึ้นไปในตาราง โดยเขาลงเล่นไป 24 นัด และทำประตูไปถึง 2 ประตูในฤดูกาลนี้ ทางด้านซ้ายตกเป็นของ “จาเฟ็ต แทนทันก้า” เจ้าหนูวัย 20 ปี จาก “สเปอร์ส” ที่ในนัดนี้ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งเกมรุก และเกมรับจนทำให้เกมรุกทางฝั่งขวาของ “เรือใบสีฟ้า” ไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสในการยิงประตูได้

ในแดนกลาง 2 ตัว เป็น “ฟิลิป บิลลิง” กองกลางของ “บอร์นมัธ” ที่ในนัดนี้สามารถทำประตูออกนำให้กับทีมได้ ก่อนที่จะพาทีมชนะ “แอสตัน วิลล่า” ไป 2-1 พาทีมขึ้นมาอันดับที่ 16 หนีจากโซนตกชั้นได้สำเร็จ และนี่คือประตูแรกของเจ้าตัวกับ “บอร์นมัธ” หลังจากลงเล่นไป 23 เกม และคนที่ 2 ในแดนกลางตกเป็นของ “จอร์แดน เฮนเดอร์สัน” กัปตันทีมของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล โดยกองกลางจอมขยันคนนี้ ได้ทำประตูในนัดที่ “หงส์แดง” เปิดบ้านชนะ “เซาแธมป์ตัน” ไป 4-0 ซึ่งเป็นประตูที่ 3 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้ จากกาาลงเล่นไป 24 นัด

3 ตัวรุกในแดนหน้า มีนักเตะของ “ลิเวอร์พูล” ถึง 2 ผู้เล่นอย่าง “โมฮาเหม็ด ซาร่า” ศูนย์หน้าชาว “อียิปต์” ที่ในเกมนัดนี้เขาทำไป 2 ประตู จาก 4 ลูกที่ทีมทำได้ ส่งผลทำให้เจ้าตัวทำประตูในลีกไปถึง 14 ลูกในฤดูกาลนี้ รั้งอยู่ในอันดับ 3 ร่วม และตามหลังดาวซัลโลตอนนี้อย่าง “เจมี่ วาร์ดี้” แค่ 3 ลูกเท่านั้น คนที่ 2 ของ “หงส์แดง” จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “โรเเบร์โต้ ฟิร์มิโน่” นักเตะบราซิล ที่ในนัดนี้อาจจะไม่สามารถทำประตูได้ แต่ทำแอสซิสต์ให้เพื่อนถึง 3 ครั้งจากประตู 4 ลูกในเกมที่ผ่านมา โดยฤดูกาลนี้เขาทำไป 8 ประตู กับ 7 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 25 นัด

และคนสุดท้ายจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนักเตะใหม่ป้ายแดงของ “ไก่เดือยทอง” อย่าง “สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น” นักเตะค่าตัว 31.5 ล้านปอนด์ของทีม โดยในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ “แมนฯซิตี้” 2-0 เขาได้มีชื่อออกสตาร์ท เป็น 11 ตัวจริง ก่อนจะโชว์ฟอร์มด้วยการ ยิงไป 1 ประตู ในเกมแรกของเขากับทีม รวมถึงเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในลีกสูงสุดขององกฤษอีกด้วย

https://ufafeversport.com/

ทางด้านผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมตกเป็นของ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ของ “ลิเวอร์พูล” ที่ในตอนนี้พาทีมอยู่บนจ่าฝูงด้วยคะแนน 73 แต้ม ทิ้งอันดับ 2 อย่าง “แมนฯซิตี้” ไปถึง 22 คะแนน และยังเก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 25 ติดต่อกัน

ขอบคุณรูปภาพจาก Premier Leager #ข่าวกีฬา #ข่าวฟุตบอลไทย   #วิเคราะห์

fever

fever

Leave a Replay